Asia >ดูไบ
ตุรกี ไม่มีเหงา 9 วัน 6 คืน มาฮานแอร์

ท่องเที่ยว ตุรกี 9 วัน6 คืน

อาณาจักรออตโตมาน

อีสตันบูล-ชานัคคาเล่-ทรอย-อีซเมืยร์-เอฟพีซุส-คูซาดาซี-ปามุคคาเล่-คัพปาโดเซีย-อังการ่า

 

ดินแดนที่อุดมไปด้วยความงดงามทางสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานกันระหว่างยุโรปและเอเชีย นอกจากนั้นยังเป็นจุดกำเนิดของประวัติศาสตร์ที่นับย้อนหลังไปได้ไกลถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ทึ่เก่าแก่ที่สุดในโลก เรื่อยมาจนถึงยุคของกรีกและโรมันอันรุ่งเรืองเมืองคอนสแตนดิโนเปิล หรือเมืองอีสตันบูล ซึ่งเคยสัมพันธ์กับทางเอเชีย ในฐานะเมืองที่เป็นคู่ค้าผ้าไหมที่ส่งออกไปจากเมืองซีอานของประเทศจีน จนก่อให้เกิดเป็นเส้นทางสายไหมที่มีชื่อเสียง   ตุรกียังเป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่าอาณาจักรของออตโตมาน ซึ่งในความจินตนาการของท่านคิดว่าตุรกีเป็นประเทศมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศนี้เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายตามแบบยุโรปทุกอย่าง ซึ่งพร้อมที่จะให้ท่านได้ไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ

47,900  เดินทาง 20-28ต.ค.2554

วันที่ 1           กรุงเทพฯ-เตหะราน                                                (วันพฤหัสบดี/ที่20ต.ค.54)

20.00        พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและตรวจ เอกสารการเดินทาง ที่เคาน์เตอร์สายการบิน มาฮาน แอร์ (แถว S1-4)

22.45        ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กรุงเตหะราน โดยเที่ยวบินที่ W5-5044 (บินประมาณ 7.30 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

 

วันที่ 2           เตหะราน-อีสตันบูล/พระราชฯ-สุเหร่าฯ-ชานัคคาเล         (วันศุกร์/ที่21ต.ค.54)

03.00        เดินทางถึงสนามบินโคมัยนี/กรุงเตหะราน (เพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน)

05.10        ออกเดินทางจากกรุงเตหะราน สู่กรุงอีสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ W5-626     (บินประมาณ 4 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

07.55        เดินทางมาถึงสนามบินกรุงอีสตันบูล ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมือง และศุลกากร    กรุงอีสตัลบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความ งดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน ในสมัยของพวกกรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง 675 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค..330 จึงเสียให้แก่อาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออกในนามของ กรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึง ค..1453 จึงได้ถูกพวกออตโตมาน  ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อีสตันบูล และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1985  นำท่านไปชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมาน พร้อมทั้งเข้าชมฮาเร็มเขตหวงห้ามซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ของนางสนม ในปัจจุบันพระราชวังทอปกาปี กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ

นำท่านไปชมสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สุเหร่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่ง  เคยเป็นวังที่ประทับของจักรพรรดิไบแซนไทน์ ใช้เวลาสร้างนานถึง 7 ปีในระหว่างปี ค.ศ. 1609-1616 ถูกตบแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน มีเสามินาเรท์เป็นยอดแหลมถึง 6 ต้น

12.00        รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร 

นำท่านไปเที่ยวชมฮิปโปโดรม (Hippodome) ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของ ชาวไบแซนติอุม ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.203 โดยในยุคไบแซนไทน์นั้น ฮิปโปโดรมคือ  สถานที่ที่แข่งกีฬารถม้าศึกของชาวโรมัน และของจักรวรรดิออตโตมานกว่า400ปี ในปัจจุบันเหลือแค่เสา 3 ต้น คือเสาต้นแรก โอเบลิสก์แห่งฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาเป็นเสาเซอร์เพนไทน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา 497 ปีก่อน คริสตกาล และเสาคอนสแตนตินที่ 7 เป็นเสาต้นสุดท้าย

                   จากนั้นนำท่านไปชมเซ้นต์ โซเฟีย (St.Sophia) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิจัสติเนียน   เพื่อแสดงถึงความอัจฉริยะและพลานุภาพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมัน และถือ เป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์ จวบจนวาระสุดท้ายของกรุงคอนสแตนติโนเปิล  ก็ได้ถูกสถาปนาเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอิสลาม ชื่อ อายา ซอฟยา และต่อมาก็ ถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดการแย่งชิงกัน

                   นำท่านออกเดินทางเรียบชายฝั่งทะเลไปยังบริเวณแหลมแกลลิโปลี (Gallipoli) ซึ่งอยู่ทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอีสตันบูล  ซึ่งในอดีตแถบบริเวณแห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิในการสู้รบ ของสงครามโลกครั้งที่1 จากนั้นนำท่านข้ามฟากโดยผ่านทางช่องแคบของทะเลมาร์มาร่า นำท่านออกเดินทางไป ยังเมืองชานัคคาเล (Canakkale) (ระยะทางประมาณ 200 กม.)  ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เพระว่ามีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง                   

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม IRIS HOTEL/เทียบเท่า 4* 

19.30น        รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร/โรงแรม

 

วันที่ 3            ซานัคคาเล-ทรอย-เพอร์กามัม-อีซเมียร์-คูซาดาซี         (วันเสาร์/ที่22ต.ค.54)

07.30        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.30        นำท่านเดินทางไปยังเมืองทรอย/ทรูวา (Troy/Truva) ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูก สร้างขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมา   และนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่     เป็นเมืองทรอยในอดีต และได้รับการชึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1998  นำท่านไปชมความสวยงามของม้าไม้โทรจาน(Trojan Horse) ที่เคยเป็นต้นแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำสงครามเมื่อปี 1,000-700 ก่อนคริสตกาล พร้อมกับชมสิ่งโบราณสถานต่างๆ โรงละคร ปราสาทที่ถูกขุดค้นขึ้นมาในบริเวณใกล้ๆกัน

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเพอร์กามัม (Pergamum) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลีย ห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 25 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติกในราวปี 281-133 ก่อนคริสตกาลที่มีแม่ทัพ ของอเล็กซานเดอร์มหาราช ไลซีมาคุส เป็นผู้สร้างขึ้น จนกระทั่งถึงราชวงศ์แอทตาลิด จึงได้ยกให้กับโรมัน ในปัจจุบันนี้มีเมืองเบอร์กามาตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณนี้    นำท่านไปชมโบราณสถานต่างๆที่ยังคงความสวยงามของอะโครโพลิส (Acropolis) ที่ถูก              สร้างขึ้นบนเนินเขาในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นอย่างมากเช่น โรงละครที่จุคนดูได้ประมาณ 15,000 คน วิหารต่างๆ ฯ 

12.00น        รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองอีซเมียร์ (Izmir) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และต่อไปยังเมืองคูซาดาซี (Kusadasi) ที่อยู่ติดกับทะเล ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสวยงามในด้านการท่องเที่ยว

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MARINA HOTEL/เทียบเท่า 4* 

19.30น        รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร/โรงแรม

 

วันที่ 4              คูซาดาซี-เอฟพิซุส-ปามุคคาเล่                                 (วันอาทิตย์/ที่23ต.ค.54)

07.30        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.30น        นำท่านออกเดินทางไปชมเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian)จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน         นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้าง เมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว เข้าชมบ้านของพระแม่มารี (House of Vergin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้าย ที่พระแม่มารีมาอาศัยและสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ชมวิหารเทพีอาร์เทมิส (The Temple  of  Artemis) ซึ่งถือว่าเป็น 1ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณ ชมโรงละครกลางแจ้ง  (Theater) ที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ ชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้  ชมบ้านเศรษฐีในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม ชมห้องสมุดโบราณเซลซุส (Library of Celsus)ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต ฯ ชมโบสถ์นักบุญจอห์น (Basilica of St.John) กล่าวกันว่านักบุญจอห์นได้ใช้ชีวิตหลายปีสุดท้ายที่นี่ หลังจากการเสียชีวิตของท่านจึงมีการสร้างโบสถ์ขึ้นเหนือสุสานท่านพอดี                      

12.00        รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร                      

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระยะทางประมาณ 200 กม.เป็นเมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่แคลเซียมอ๊อกไซด์ ไหลขึ้นมาจากใต้ดินและผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก  ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผาที่สูงประมาณ 50 เมตร จากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมี ความงดงามมาก

นำท่านชมปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาล ชาวกรีกเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ โดยกษัตริย์แห่งเพอร์กามัม อูเมเนส ที่ 2 จึงได้สร้างเมืองฮีเยราโพลิส (Hierapolis) ที่มีความหมายว่า เป็นเมืองศักดิ์สิทธ์  ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกรีก และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1988

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม COLOSSAE HOTEL เทียบเท่า 4*

19.30        รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร/โรแรม

 

วันที่ 5             ปามุคคาเล่-คอนย่า-คัพปาโดเซีย                                (วันจันทร์/ที่24ต.ค.54)

07.00        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.00        นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทางประมาณ 300 กม.ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุคในช่วงปี ค.ศ.1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย และได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกใน  ปี ค.ศ.2000          ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง

12.00น       รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

                  นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน (Monastery of the Whirling) เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี ซึ่งเชื่อว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลามหรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนา คริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามโดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่คัปปาโดเซีย (Cappadocia) ระยะทางประมาณ 230 กม.ดินแดน   ที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวัน เวลาผ่านไปนับล้านปี พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 1000 ตร.กม. ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับ   ภูเขารวมถึงท้องฟ้าสีสดใส

                   นำท่านเข้าพักที่โรงแรม SOFA CAVE HOTEL/เทียบเท่า 4*

19.30น        รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร/โรงแรม

                   นำท่านไปชมการแสดงพื้นเมืองระบำหน้าท้องประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี

 

วันที่ 6             คัพปาโดเซีย-อังการ่า                                               (วันอังคาร/ที่25ต.ค.54)

05.00        สำหรับท่านี่สนใจจะขึ้นบอลลูน ชมความงามของเมืองคัฟปาโดเซีย จะมีเจ้าหน้าที่มารับท่านที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม ใช้เวลาเดินทางประมาณไป-กลับ 1 ชม และอยู่บนบอลลูนประมาณ 45-50 นาที (ค่าใช้จ่ายกรุณาสอบถามหัวหน้าทัวร์)

07.30        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.30น        นำท่านชมเมืองคัปปาโดเซีย ที่ชาวเปอร์เซียได้ตั้งชื่อเรียกว่า ดินแดนของม้าที่สวยงาม  (Land of Beautiful Horses)   ชมพิพิธภัณฑ์เกอเรเม (Goreme Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจาก   ชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1985

12.00น        รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชมนครใต้ดิน (Underground City of Derinkuyu/Kaymakli) ซึ่งถูกขุดให้เป็นที่หลบซ่อนของคนประมาณ 5,000 คน จากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ    นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองอังการ่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ห่างประมาณ 250 กม.เมืองอังการา (Ankara) เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการา ตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก  อีสตันบูล ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 850 เมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 ล้านคน     กรุงอังการาตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทาง                         

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม ROYAL ANKA HOTEL/ เทียบเท่า 4*   

19.30น        รับประทานอาหารค่ำทีภัตตาคาร/โรงแรม                 

                     

วันที่ 7             อังการ่า-อีสตันบูล/พระราชวังฯ                                       (วันพุธ/ที่26ต.ค.54)

07.30        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.30น        นำท่านออกเดินทางไปยังอีสตันบูล ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 300 กม. ให้ท่านชมความสวยงาม ของทิวทัศน์สองข้างทาง

12.00น        รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร 

หลังจากนั่นให้ท่านได้ชมพระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce Palace)พระราชวัง แห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอจิท ในปีค.ศ.1843 ซึ่งเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิ์ออตโตมาน ซึ่งขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวางพระราชวังแห่งนี้เป็นศิลปะผสมผสานกันระหว่างยุโรปและ ตะวันออก ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และพระราชวังภายในประดับด้วยโคมไฟระย้า     และที่น่าตื่นตา ก็คือโคมไฟอันมหึมาหนักถึง 4 ตัน และนาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะชี้บอก เวลา 09.05 น.เป็นนิจนิรันดร์ เพื่อที่ระลึกถึงการจากไปของ คามาล อตาเติร์ก (Kamal  Ataturk) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 1938 ซึ่งเป็นวีรบุรุษของชาติผู้ที่บดขยี้กองทัพของอังกฤษที่ กาลิโปลี ในสมัยสงครามโลกครั่งที่1 นอกจากนั้นภายนอกยังประกอบไปด้วยสวนไม้ดอกที่ปลูกรายล้อมตัวพระราชวัง ฯ

                   นำท่านไปลงเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำกับทะเลมาร์มาร่า มีความยาวประมาณ 32กม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กม. ซึ่งถือว่าที่สุดของยุโรปและเอเชียมาพบกันที่นี่ ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างจะสวยงามตระการตาของบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้                       

                   นำท่านไปเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดอียิปต์ (Egyptian Market) หรือสไปซ์ มาร์เก็ต (Spice Market) เป็นตลาดที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีรูปร่างคล้ายกับตัว L ซึ่งทอดยาวไปตามสุเหร่าเยนี ที่อยู่ใกล้กับสะพานกาลาต้า เป็นแหล่งขายของส่ง มีทั้งของกิน ของเล่นและเสื้อผ้า และยังมีเครื่องเทศ ผลไม้แห้ง ถั่วต่างๆ น้ำมันมะกอก ฯ                     

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม OKRA ROYAL HOTEL/ เทียบเท่า 4*

19.30น        รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร/โรงแรม    

 

วันที่ 8             อีสตันบูล-เตหะราน-กรุงเทพฯ                                 (วันพฤหัสบดี/ที่27ต.ค.54)

07.00น        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

08.00น        นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง

10.55        ออกเดินทางจากอีสตันบูล สู่กรุงเตหะราน โดยเที่ยวบิน ที่ W5-627

(รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

14.30        เดินทางมาถึงสนามบิน/เตหะราน (เพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน/รับประทานอาหารว่างฯ)

21.15        ออกเดินทางจากกรุงเตหะราน สู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ W5-5045

(รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

 

วันที่ 9              กรุงเทพฯ                                                                     (วันศุกร์/ที่28ต.ค.54)

07.15       เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

…………….……………

 

อัตราค่าบริการ            ผู้ใหญ่ ท่านละ           47,900 .- บาท  (พักห้องละ 2 ท่าน)

                      เด็ก(7-12 ปี) ท่านละ  44,900.- บาท  (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน/ไม่มีเตียงเสริม)

                                 เพิ่ม ท่านละ               4,500.- บาท  (พักห้องเดี่ยว)

 

อัตรานี้รวม                 - ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (ชั้นประหยัด)

                               - ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าน้ำมันและการประกันภัยทางอากาศ

                   - ค่าโรงแรมห้องพัก 2 ท่าน /1 ห้อง ที่ระบุในรายการ/ระดับเดียวกัน

                   - ค่าอาหารและค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุไว้ในรายการ

                   - ค่าขนกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ ( น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. )

                                 - ค่ามัคคุเทศก์อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

                               - ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงินท่านละ 1,000,000.-บาท

                               - ค่าน้ำดื่มบนรถ และระหว่างรับประทานอาหารฯ

                               - ค่าวีซ่า  

 

อัตรานี้ไม่รวม                           - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

                                    - ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าบริการ  

 

Asia >ดูไบ
- ดูไบ 5วัน 3คืน โดยสายการบินเอมิเรดส์
- 5 วัน กัลฟ์แอร์โปรโมดูไบ
- ตุรกี ไม่มีเหงา 9 วัน 6 คืน มาฮานแอร์
- จอร์แดน 7 วัน สายการบินโรยัลจอร์แดนเนี่ยน RJ
- ตุรกี ไม่มีเหงา 10 วัน สายการบินอียิปต์แอร์ MS
ดูทั้งหมด

สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 9
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 663
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 898,042
22 พฤศจิกายน 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30   
             
Engine by MAKEWEBEASY