Asia >อินเดีย&เนปาล
แพกเกจภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์

เที่ยวภูฏาน วิมานมังกรสันติ 

ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขาสูงกว่า   2,000  เมตรสลับกับภูเขาสูงชันกว่า  7,000 เมตร จึงเป็นที่มา ของชื่อ ภูฏานแปลว่าดินแดนบนที่สูง หรืออาณาจักรบนฟ้าแต่ชาวภูฏานเรียกประเทศตนเองว่า  ดรุกยุล หรือดินแดน  แห่งมังกรผู้รักสันติและเรียกเผ่าพันธุ์ตนว่า   ดรุกปา  หรือชาวมังกรสันติ   ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับแห่งนี้ทำให้ผู้ที่เดินทางไปเยือน    ชื่นตาสบายใจกับสายธารใสบริสุทธิ์ที่ ทอดยาวไกล    ไปท่ามกลางความเขียวขจีของทุ่งนาป่าเขา จนเป็นอีกที่หนึ่งในโลกที่ได้ สมญานามว่า    สวิสแห่งเอเชียหรือนี่จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภูฏานถูกเปรียบเปรย ว่าเป็น   The Last Shangri-la

                                       

หมายเหตุ :  ทัวร์ภูฏานของทุกบริษัทไม่มีการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เนื่องจากถ้าจองต้องจ่ายค่าตั๋วทั้งหมดและห้ามยกเลิกหรือเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง และเป็นกฏของสายการบิน ดรุ๊กแอร์  ซึ่งมีอยู่สายเดียวที่บินเข้าภูฏาน  ทางบริษัทจึงตั้งกำหนดการและขายไปล่วงหน้าโดยทำการเช็คอยู่บ่อยๆว่าที่นั่งยังเหลือพอสำหรับคณะหรือเปล่า  ถ้าเกิดว่าท่านสนใจเดินทางต้องรีบส่งชื่อเพื่อที่จะทำการจองที่นั่งด่วน 

6 วัน 5 คืน

แพกเกจ 6 วัน 5 คืน

วันแรก

กรุงเทพฯ พาโร ทิมพู

05.00 น.

พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่10 เคาน์เตอร์ W สายการบินดรุกแอร์ DRUK AIR (สายการบินแห่งชาติภูฏาน)

06.50 น.   

เดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB131

10.00 น.   

ถึง สนามบินพาโร เมืองที่ตั้งท่าอากาศยานของภูฏาน (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าที่ประเทศไทย 1 ช.ม.)  

ชมอาคารที่ พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏาน เป็นอาคารไม้ ประดับภาพจิตรกรรม   และภาพแกะสลักวิจิตรบรรจง เข้าไม้โดยไม่ใช้ตะปู หลังคาใช้ไม้แผ่นวางซ้อนกัน    แล้วใช้ก้อนหินทับป้องกันลมพายุ พัดปลิวจากนั้นชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร  (Paro National Museum) ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลม ซึ่งเคยเป็น หอสังเกตการณ์รบหรือ ตาซอง” (Ta Dzong) มีอายุ เก่าแก่กว่า 350 ปี สร้างไว้ตั้งแต่  พ.ศ.2192   (ร่วมสมัยพระเจ้า ปราสาททอง) ก่อนดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 โดยกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3 ผู้ได้รับการยกย่อง เป็น  บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่และเป็นพระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ชม อลังการแห่งผ้าพระบท (ตังกา) แผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของ ชาวพุทธวัชรยาน (มันดาลา) ตลอดจนอาวุธ  เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีคัมภีร์พระไตรปิฎกรวมถึงแสตมป์  หรือดวงตราไปรษณีย์ที่ทำให้ภูฏานขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ออกแบบแสตมป์สวยที่สุด 

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้นเดินทางด้วยรถโค้ช สู่ ทิมพู (Thimphu) ระยะทาง 65 ก.ม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ช.ม.) ถึง ทิมพู นครหลวงของภูฏาน ที่ระดับความสูง 2,350 เมตร            จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน 3,300 เมตร) จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  ณ โรงแรม  ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่ จุดชมวิวเมืองทิมพู     ชม  ลุงตะ หรือ ธงพระบัดพลิ้วเหนือลำน้ำทิมพู ซึ่งไหลขนาบ ข้าง  ทิมพู ซองที่เป็นทั้งสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาล           

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง

ทิมพู ปูนาคา -  วังดรี โพดราง

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้า

ออกเดินทางราว 45 นาทีสู่  โดชูลาพาส ” ( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร   ซึ่งมีสถูป  ดรุค วังเกล  (Druk  Wangle Chorten) หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน   108   องค์     โดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ   ดอร์จิ  วังโม นำท่านชมวิว ยอดเขาซึ่งสูงกว่า 7,000 เมตร หลากหลายยอด และชม ยอดเขาโต๊ะซึ่งมี        ยอดแบนราวกับโต๊ะ และนำท่านจิบชากาแฟเพื่อชมบรรยากาศอันสวยงาม ณ จุดชมวิวบนเขา จากนั้นเดินทางต่อ สู่เมือง ปูนาคา (Punakha) ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร (ต่ำกว่าทิมพูราว 1,000 เมตร)จึงมีสภาพอากาศอบอุ่นกว่าทิมพู  กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรง เสด็จแปรพระราชฐานในฤดูหนาว(ช่วงเดือนพ.ย.- เม.ย.)  ปูนาคาจึงเป็น  เมืองหลวงฤดูหนาว  (Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น เมืองหลวงฤดูร้อน   และยังเป็น เมืองหลวงอย่างเป็นทางการ 

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านชม ปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong) ที่มีตำนานว่ากูรู รินโปเชหรือ พระปทุมสมภพทรงมีพุทธทำนายว่า จะมีบุรุษนาม  นัมเกล   มาสร้างป้อมปราการ หรือ   ซอง  บริเวณด้านหน้าเขา รูปงวงช้างแห่งนี้  ซึ่งคำทำนายเป็นจริง   เมื่อท่านซับดรุง  งาวัง  นัมเกล  ประมุขฝ่ายอาณาจักรและ ศาสนจักรสร้างปูนาคา ซองเป็นที่ประทับเมื่อราว 350  ปีก่อน(ก่อนไปสร้าง ตาชิโช  ซองที่ทิมพู ) ปูนาคา ซอง     โดดเด่นณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)รวมกันเป็นแม่น้ำ ปูนาซัง   ทั้งนี้  ปูนาคา ซอง   ถือเป็น ซองที่สำคัญที่สุดของภูฏาน   เพราะเป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิ ของท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล  และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน  เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17  ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน )  ปูนาคา   ซอง  เป็นซองขนาดใหญ่มาก นอกจากมีพระตำหนักมีศาลาว่าการของ เมืองแล้ว  ยังมีโบสถ์ วิหาร ประดิษฐานในซองนี้ถึง 21 แห่ง  มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า  6,000 รูป   แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง   น้ำท่วม และแผ่นดินไหว อย่างละครั้ง แต่ยังคงความสง่างามตราบ จนวันนี้    จากนั้นออกเดินทาง สู่เมือง วังดรี โพดราง (Wangdi Phodrang)  นำท่านชมวิว Chimi Lhakhang  หรือวัดแห่งการเกิด ซึ่งชาวภูฏานเชื่อว่าคู่รักใดไม่มีลูกให้มาขอพรที่วัดนี้แล้วจะสมหวังสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดย ท่านลามะ  Drukepa Kuenley   นำท่านชมวิว  วังดรี โพดราง ซอง” (Wangdi Phodrang Dzong) ป้อมปราการ  วัดและศาลาว่าการเมือง ที่โดดเด่นเป็น        สง่าอยู่บนหน้าผาสูง     จุดบรรจบของลำน้ำโปชู และลำน้ำดัง   สร้างในปี   พ.ศ. 2181 ตามตำนานว่ามีพระโพธิสัตว์นาม ธรรมบาลมหากาล  ปรากฏองค์ต่อหน้าท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล โดยระบุว่าถ้าจะให้แผ่นดินภูฏาน เจริญยั่งยืนชั่วกาลนานจะต้องสร้าง ซองในทิศที่ฝูงนก ดุเหว่าบินไปชาวภูฏานจึงนับถือนกดุเหว่าเป็น นกประจำชาติตามความเชื่อ    ว่า  ธรรมบาลมหากาลมี่ร่างเป็นคนแต่มีเศียรเป็นนกดุเหว่า น่าเกรงขามเพื่อกำราบเหล่าปีศาจร้าย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  หรือเทียบเท่า

     

 

วันที่สาม

ทิมพู

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

หลังอาหารเช้าเดินทางกลับสู่ นครหลวงทิมพู ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ช.ม. ถึนครหลวงทิมพู   ชม ทิมพู ซอง Thimpu Dzong หรือชื่อทางการว่า  ตาชิโช ซอง”(Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่     ในปัจจุบันแบ่งเป็นพระตำหนักฤดูร้อน ในสมเด็จพระสังฆราชภูฏาน  พระอารามหลวง สำนักพระราชวัง   ทำเนียบรัฐบาล   ห้องประชุมรัฐสภาแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นห้องต่าๆ กว่า 100 ห้อง  แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะท้องพระโรงใหญ่     ซึ่งประดับภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนาสายวัชรยาน  โดยเฉพาะตำนานแห่ง  พระปัทมสัมภวะ  หรือ  พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) ภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่ชาวภูฏานนับถือเป็นอาจารย์ใหญ่  ผู้นำศาสนาพุทธนิกายวัชรยานตันตระมาเผยแผ่ในดินแดนนี้   เมื่อกว่า  2,000  ปีก่อน  และเรียกขานในภาษาทิเบตว่า กูรู 

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านชม  Memorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  ซึ่งเป็นพระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า  จิกมี  เคเซอร์ นัมเกล  วังชุก)  พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ ที่ ปกครองภูฏาน  ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า    “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ   ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  หรือเทียบเท่า

       

 

วันที่สี่

ทิมพู -  พาโร

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

หลังจากนั้นออกเดินทางสู่  เมืองพาโร ระยะทาง 65 ก.ม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชม.) จากนั้นนำท่านชม พาโร  ซอง   Paro Dzong   คำว่า  ซองสถานะเป็นทั้งป้อมปราการ  สำนัก

บริหาร ราชการเมือง  อารามหลวงและสนามหลวง   กล่าวได้ว่า  ซอง คือจิตวิญญาณของชาวภูฏาน   ซึ่งรวมประเทศได้จากการรวม ซองต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ชม พาโร ซอง จากภายนอก จะเห็น สะพานไม้ข้ามลำน้ำพาโรสู่ตัวซองอันงามสง่า  

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านเดินทางสู่ วัดคิชู   (Kyichu Temple)”  วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน  ตามประวัติว่าสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่  12 หรือราว 1,300  ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต  กษัตริย์ซองเซนกัม  ซึ่งชาวทิเบตยกย่องว่า  เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต โปรดสร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุด  ของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้  หมายจะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึง โดยจุดที่สร้างวัดคิขุที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์  (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) ชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่  ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิประธานมีรอยบุ๋มลึก  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืนและก้มลงกราบพระแบบ    อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี  

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า

วัดทั๊กซัง

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางชมวัดทักซัง  Taktshang  Goemba   หรือ  "รังเสือ  Tiger Nest "   อันเป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวพุทธตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ซึ่งชาวภูฏานเชื่อว่าถ้าได้ขึ้นวัดนี้เปรียบได้กับการขึ้นสวรรค์  เพราะตัววัดเหมือนเกาะอยู่บนหน้าผาหินที่มีความสูงถึง 900เมตร ตำนานกล่าวไว้ว่าท่าน Guru Padmasambhava หรือ พระปทุมสมภพในภาคยักษ์ หรือพระศาสดาองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน ได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่าถ้ำเสือ หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น  ชาวภูฏานส่วนใหญ่มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ วัดทักซัง สักครั้งหนึ่งในชีวิต การปีนเขาจะใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง (ไป-กลับ) 

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

ให้ท่านชมความงามของวัดทักซัง และ หลังจากนั้นครึ่งทางไปยังทักซังในช่วงเย็นเดินชมเมืองพาโร หรือเยี่ยมชมหมุ่บ้านรอบๆตามอัธยาศัย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

วันที่หก

พาโร  กรุงเทพฯ

07.30 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.

ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองพาโร

10.50 น.

ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB140

16.15น.

ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

*******************************************************

หมายเหตุ: รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลัก

 

 

แพกเกจ 5 วัน 4 คืน

วันแรก

กรุงเทพฯพาโร ทิมพู

05.00 น.

พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่10 เคาน์เตอร์ W สายการบินดรุกแอร์ DRUK AIR (สายการบินแห่งชาติภูฏาน)

06.50 น.   

เดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB131

10.00 น.   

ถึง สนามบินพาโร เมืองที่ตั้งท่าอากาศยานของภูฏาน (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าที่ประเทศไทย 1 ช.ม.)  

หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว    นำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร  (Paro National Museum) หรือ  ตาซอง” (Ta Dzong)  ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลม  เคยเป็น หอสังเกตการณ์รบอายุเก่าแก่กว่า 350 ปี สร้างขึ้น เมื่อค.ศ. 1651ภายหลังเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ใน ค..1968 โดยกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3 ภายในม่ายจะได้ชม อลังการแห่งผ้าพระบท หรือ ตังกา แผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธวัชรยาน (มันดาลา) ตลอดจนอาวุธ  เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี และคัมภีร์พระไตรปิฎก เป็นต้น

เที่ยง

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารออกเดินทางด้วยรถโค้ช สู่ เมืองทิมพู (Thimphu)  ระยะทาง 65 ก.ม. (ระยะทางประมาณ 1.5 ช.ม.) ถึง ทิมพู นครหลวงของภูฏาน ที่ระดับความสูง 2,350 เมตร  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน 3,300 เมตร) ท่านออกเดินทางสู่ จุดชมวิวเมืองทิมพู     ชม  ลุงตะ หรือ ธงสะบัดพลิ้วเหนือลำน้ำทิมพู ซึ่งไหลขนาบ ข้าง  ทิมพู ซองที่เป็นทั้งสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาล นำชมวัด ชันกังคา  Changangkha  Monastery วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัย ค.ศ. 12 โดยพระลามะจากทิเบต เป็นป้อมปราการป้องกันศัตรู นอกจากนี้ครอบครัวไหนที่มีเด็กแรกเกิดต้องการตั้งชื่อลูกก็จะมาขอชื่อที่วัดนี้    จากนั้นนำท่านไปยัง สวนสัตว์ ชม  ตัวทาคิน  สัตว์ที่มีลักษณะผสมระหว่างแพะและวัว สามารถพบเห็นได้ในประเทศภูฏานเท่านั้น  ถือเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน (National Animal of Bhutan)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  ………………..THIMPU  หรือเทียบเท่า …………………………………

 

วันที่สอง

ทิมพูปูนาคา -  วังดรี โพดราง

08.00 น.

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางราว 45 นาทีสู่  โดชูลาพาส ” ( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร   ชมสถูป  ดรุค วังเกล”(Druk Wangle Chorten) หรือสถูปแห่งความ เป็นสิริมงคลและสันติสุขของแผ่นดิน ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อ ถวาย พระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน  108  องค์    โดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ   ดอร์จิ  วังโม นำท่านชมวิว ยอดเขาซึ่งสูงกว่า 7,000 เมตร หลากหลายยอด และชม ยอดเขาโต๊ะซึ่งมียอดแบนราวกับโต๊ะ และนำท่านจิบชากาแฟเพื่อชมบรรยากาศอันสวยงาม ณ จุดชมวิวบนเขา จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง ปูนาคา (Punakha)

เที่ยง

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ถึง เมืองปูนาคา  มีระดับความสูง 1,300 เมตร  มีสภาพอากาศ อบอุ่น กว่าทิมพู   ชมปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong) ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณที่แม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ท่านจะได้เข้าไปชมภายในซอง ซึ่งแบ่งเป็นส่วนต่างๆด้วยศิลปะที่งดงามเฉพาะตัว เราจะได้เห็นเณรจำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรม บางส่วนเป็นห้องบูชามีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ปูนาคาซองนี้สร้างในปี ค.ศ.1837 แต่ได้รับความเสียหายในเวลาต่อมาเนื่องจากไฟไหม้  แผ่นดินไหวและน้ำในแม่น้ำไหลเอ่อขึ้นมาท่วม ปัจจุบันได้ซ่อมแซมให้สมบูรณ์กว่าเดิม ที่ปูนาคานี้ในหน้าหนาวอากาศจะอุ่นกว่าที่อื่น สมเด็จพระสังฆราชของภูฎานจึงเสด็จมาประทับที่นี่ในหน้าหนาวด้วย จึงถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของภูฎานในหน้าหนาว   จากนั้นออกเดินทางสู่เมือง  วังดรีโพดราง (Wangdi Phodrang) แวะชม กงล้อมนตรา ที่ใช้พลังน้ำพัดให้หมุนอยู่ชั่วนาตาปี เพื่อมนตรากระจายไปปกป้องคุ้มครองคนในหมู่บ้าน และ ผู้สัญจรผ่านทาง  นำท่าน  ชมวิว Chimi Lhakhang  หรือ วัดแห่งการเกิด  ซึ่งชาวภูฏานเชื่อว่าคู่รักใดไม่มีลูกให้มาขอพรที่วัดนี้แล้วจะสมหวังสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดย ท่านลามะ  Drukepa Kuenley   นำท่านชมวิว  วังดรี โพดราง ซอง” (Wangdi Phodrang Dzong) ซองที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า อยู่บนหน้าผาสูง     จุดบรรจบของลำน้ำโปชู และลำน้ำดัง   สร้างในปี   พ.ศ. 2181 ตามตำนานว่ามีพระโพธิสัตว์นาม ธรรมบาลมหากาล  ปรากฏองค์ต่อหน้าท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล โดยระบุว่าถ้าจะให้แผ่นดินภูฏาน เจริญยั่งยืนชั่วกาลนานจะต้องสร้าง ซองในทิศที่ฝูงนกดุเหว่าบินไป ชาวภูฏานจึงนับถือนกดุเหว่าเป็น นกประจำชาติตามความเชื่อว่า  ธรรมบาลมหากาลมี่ร่างเป็นคนแต่มีเศียรเป็นนกดุเหว่า น่าเกรงขามเพื่อกำราบเหล่าปีศาจร้าย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

 

นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก  โรงแรม  ………………. PUNAKHA  หรือเทียบเท่า …………………

     

 

วันที่สาม

ทิมพู

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

หลังอาหารเช้าเดินทางกลับสู่ นครหลวงทิมพู ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ช.ม. ถึนครหลวงทิมพู   ชม ทิมพู ซอง Thimpu Dzong หรือชื่อทางการว่า  ตาชิโช ซอง”(Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่     ในปัจจุบันแบ่งเป็นพระตำหนักฤดูร้อน ในสมเด็จพระสังฆราชภูฏาน  พระอารามหลวง สำนักพระราชวัง   ทำเนียบรัฐบาล   ห้องประชุมรัฐสภาแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นห้องต่าๆ กว่า 100 ห้อง  แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะท้องพระโรงใหญ่     ซึ่งประดับภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนาสายวัชรยาน  โดยเฉพาะตำนานแห่ง  พระปัทมสัมภวะ  หรือ  พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) ภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่ชาวภูฏานนับถือเป็นอาจารย์ใหญ่  ผู้นำศาสนาพุทธนิกายวัชรยานตันตระมาเผยแผ่ในดินแดนนี้   เมื่อกว่า  2,000  ปีก่อน  และเรียกขานในภาษาทิเบตว่า กูรู เสร็จ   นำชม Stamp ที่ทำการไปรษณีย์เมืองทิมปู  ประเทศภูฏานขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ออกแบบแสตมป์ได้สวยที่สุด ประเทศเทศหนึ่ง

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านชม  Memorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  ซึ่งเป็นพระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า  จิกมี  เคเซอร์ นัมเกล  วังชุก)  ทรงปกครองภูฏาน  ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า    “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization)  มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ   ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ   ชมและ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน  (The  Folk Heritage Musuem ) จัดแสดงวิถีชีวิตเละวัฒนธรรมของชาวภูฏาน  นำท่านเยี่ยม ชม  Handicrafts Emporium   ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านที่มีทั้งงานแกะสลักและงานผ้าพื้นเมืองอันปราณีตของชาวภูฏาน  

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  .................................. THIMPU  หรือเทียบเท่า ……………………………..

       

 

วันที่สี่

ทิมพู -  พาโร

08.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่  เมืองพาโร ระยะทาง 65 ก.ม. (ใช้เวลาประมาณ  1.5

 ชม.)  จากนั้นนำท่านชม พาโรซอง” Paro Dzong จากภายนอก

จะเห็นสะพานไม้ข้ามลำน้ำพาโร สู่ตัวซอง อันงามสง่า  

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ วัดคิชู   (Kyichu Temple)”  วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่  12 หรือราว 1,300  ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต  กษัตริย์ซองเซนกัม  ซึ่งชาวทิเบตยกย่องว่า  เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต โปรดสร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุด  ของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้  หมายจะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึง โดยจุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรนั้รเป็นเท้าซ้ายของยักษ์  (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) ชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่  ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิประธานมีรอยบุ๋มลึก  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืนและก้มลงกราบพระแบบ    อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี   จากนั้นถ่าย รูปวัดตั๊กซัง หรือวัดถ้ำเสือ จากจุดชมวิว ซึ่งเป็นวัดที่อยู่บนหน้าผม ถ้าเดินขึ้นต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง  และให้ท่านชมวิวและถ่ายรูป ยอดเขาจูโมฮารี  ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูฏาน 7,340เมตร  จากนั้นอิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม …………………………PARO  หรือเทียบเท่า……………………

 

วันที่ห้า

พาโร  กรุงเทพฯ

07.30 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น.

ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองพาโร

11.30 น.

ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB130

16.30น.

ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

*******************************************************

หมายเหตุ: รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลัก

 

 

แพกเกจ 4 วัน 3 คืน

วันแรก

กรุงเทพฯ พาโร ปูนาคา

05.00.

พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่10เคาน์เตอร์ W สายการบินดรุกแอร์DRUK AIR(สายการบินแห่งชาติภูฏาน)

06.50.   

เดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB131

10.00.   

ถึง สนามบินพาโร เมืองที่ตั้งท่าอากาศยานของภูฏาน(เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าที่ประเทศไทย 1 ..)  

ชมอาคารที่ พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏานเป็นอาคารไม้ประดับภาพจิตรกรรม   และภาพแกะสลักวิจิตรบรรจง เข้าไม้โดยไม่ใช้ตะปู หลังคาใช้ไม้แผ่นวางซ้อนกัน    แล้วใช้ก้อนหินทับป้องกันลมพายุ พัดปลิวจากนั้นชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร  (Paro National Museum)ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลม ซึ่งเคยเป็น หอสังเกตการณ์รบหรือ ตาซอง(Ta Dzong)มีอายุเก่าแก่กว่า 350 ปี สร้างไว้ตั้งแต่  ..2192   (ร่วมสมัยพระเจ้า ปราสาททอง)ก่อนดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ใน พ..2511 โดยกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3 ผู้ได้รับการยกย่อง เป็น  บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่และเป็นพระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ชมอลังการแห่งผ้าพระบท (ตังกา) แผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธวัชรยาน(มันดาลา) ตลอดจนอาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีคัมภีร์พระไตรปิฎกรวมถึงแสตมป์  หรือดวงตราไปรษณีย์ที่ทำให้ภูฏานขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ออกแบบแสตมป์สวยที่สุด ชมพาโร  ซอง   ParoDzongคำว่า  ซองสถานะเป็นทั้งป้อมปราการสำนักบริหารราชการเมือง  อารามหลวงและสนามหลวง   กล่าวได้ว่า  ซอง  คือจิตวิญญาณของชาวภูฏาน   ซึ่งรวมประเทศได้จากการรวม ซองต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ชม พาโรซอง จากภายนอก จะเห็นสะพานไม้ข้ามลำน้ำพาโรสู่ตัวซองอันงามสง่า

เที่ยง

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองปูนาคา(Punakha)ระหว่างทางแวะชมสู่ โดชูลาพาส ” ( Dochula Pass)หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร   ซึ่งมีสถูป  ดรุค วังเกล”(Druk  Wangle Chorten) หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน108   องค์     โดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ   ดอร์จิ  วังโม นำท่านชมวิว ยอดเขาซึ่งสูงกว่า 7,000 เมตร หลากหลายยอด และชม ยอดเขาโต๊ะซึ่งมียอดแบนราวกับโต๊ะ และนำท่านจิบชากาแฟเพื่อชมบรรยากาศอันสวยงาม ณ จุดชมวิวบนเขา

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม  …………… หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง

ปูนาคา ทิมพู

08.00.

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ปูนาคา (Punakha)เมืองที่มีระดับความสูง 1,300 เมตร (ต่ำกว่าทิมพูราว 1,000 เมตร)จึงมีสภาพอากาศอบอุ่นกว่าทิมพูกษัตริย์ภูฏานและสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูหนาว(ช่วงเดือนพ..- เม..)  ปูนาคาจึงเป็น  เมืองหลวงฤดูหนาว  (Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น เมืองหลวงฤดูร้อน   และยังเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ  นำท่านชม ปูนาคา ซอง” (PunakhaDzong)ที่มีตำนานว่า กูรู รินโปเชหรือ พระปทุมสมภพทรงมีพุทธทำนายว่า จะมีบุรุษนาม  นัมเกล   มาสร้างป้อมปราการ หรือ   ซอง  บริเวณด้านหน้าเขารูปงวงช้างแห่งนี้  ซึ่งคำทำนายเป็นจริง   เมื่อท่านซับดรุง  งาวัง  นัมเกล  ประมุขฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักรสร้าง ปูนาคา ซองเป็นที่ประทับเมื่อราว 350  ปีก่อน(ก่อนไปสร้าง ตาชิโช  ซองที่ทิมพู ) “ปูนาคา ซอง  โดดเด่นณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)รวมกันเป็นแม่น้ำปูนาซัง   ทั้งนี้  ปูนาคา ซอง   ถือเป็น ซองที่สำคัญที่สุดของภูฏาน   เพราะเป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิของท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล  และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุกได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน  เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  .. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17  .. เป็นวันชาติภูฏาน) “ปูนาคา   ซอง  เป็นซองขนาดใหญ่มาก นอกจากมีพระตำหนักมีศาลาว่าการของเมืองแล้ว  ยังมีโบสถ์ วิหาร ประดิษฐานในซองนี้ถึง 21 แห่ง  มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า  6,000 รูป   แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง   น้ำท่วม และแผ่นดินไหว อย่างละครั้งแต่ยังคงความสง่างามตราบจนวันนี้จากนั้น นำท่านชมวิว ChimiLhakhangหรือวัดแห่งการเกิด ซึ่งชาวภูฏานเชื่อว่าคู่รักใดไม่มีลูกให้มาขอพรที่วัดนี้แล้วจะสมหวังสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดย ท่านลามะDrukepaKuenley

เที่ยง    

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเดินทางด้วยรถโค้ช สู่ ทิมพู (Thimphu) นครหลวงของภูฏาน ที่ระดับความสูง 2,350 เมตร  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ดอยอินทนนท์2,565 เมตร  เมืองลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน3,300 เมตร)เดินทางกลับสู่ นครหลวงทิมพู ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 .. ถึงนครหลวงทิมพูชมสวนสัตว์ ชม ทาคิน เป็นสัตว์พิเศษ ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว เป็นสัตว์ที่มีเฉพาะในภูฏานเท่านั้น  ถือเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน(National Animal of  Bhutan)นำชม ทิมพู ซอง”ThimpuDzongหรือชื่อทางการว่า  ตาชิโช ซอง”(TashichoDzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่     ในปัจจุบันแบ่งเป็นพระตำหนักฤดูร้อน ในสมเด็จพระสังฆราชภูฏานพระอารามหลวง สำนักพระราชวังทำเนียบรัฐบาล   ห้องประชุมรัฐสภาแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นห้องต่าๆ กว่า 100ห้อง  แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะท้องพระโรงใหญ่     ซึ่งประดับภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนาสายวัชรยานโดยเฉพาะตำนานแห่ง  พระปัทมสัมภวะ  หรือ  พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) ภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่ชาวภูฏานนับถือเป็นอาจารย์ใหญ่ผู้นำศาสนาพุทธนิกายวัชรยานตันตระมาเผยแผ่ในดินแดนนี้   เมื่อกว่า  2,000  ปีก่อน  และเรียกขานในภาษาทิเบตว่า กูรู

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม ……………………. หรือเทียบเท่า

     

 

วันที่สาม

ทิมพู - พาโร

08.00.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

หลังอาหารเช้า  นำท่านชมMemorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  ซึ่งเป็นพระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า  จิกมี  เคเซอร์นัมเกล  วังชุก)  พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ ที่ปกครองภูฏาน  ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า  “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ  ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อนสมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จออกเดินทางสู่ เมืองพาโร ระยะทาง 65 .. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชม.) นำท่านชมวัดคิชู   (Kyichu Temple)”วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน  ตามประวัติว่าสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่  12 หรือราว 1,300  ปีมาแล้วตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็ตนนดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต กษัตริย์ซองเซนกัม ซึ่งชาวทิเบตยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต โปรดสร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้  หมายจะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึง โดยจุดที่สร้างวัดคิขุที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) ชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่  ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิประธานมีรอยบุ๋มลึก  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืนและก้มลงกราบพระแบบอัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี 

เที่ยง

รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นถ่ายรูปวัดตั๊กซัง หรือวัดถ้ำเสือจากจุดชมวิว ซึ่งเป็นวัดที่อยู่บนหน้าผา ถ้าเดินขึ้นต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง  และให้ท่านชมวิวและถ่ายรูป ยอดเขาจูโมฮารี ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูฏาน 7,340เมตร อิสระเลือกซื้อสินค้าตาอัธยาศัย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม

แล้วนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

 

โรงแรม ………………… หรือเทียบเท่า

 

           

 

วันที่สี่

พาโร  กรุงเทพฯ

07.30 .

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 .

ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองพาโร

10.50.

ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB140

16.15.

ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

*******************************************************

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ  เดือน กรกฎาคม, สิงหาคม, ธันวาคม 2555

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 4 วัน 3 คืน

02 ท่าน                                                                  845  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                          705  USD / ท่าน

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 5 วัน 4 คืน

02 ท่าน                                                                  1060  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                          890  USD / ท่าน

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 6 วัน 5 คืน

02 ท่าน                                                             1,275  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                          1070  USD / ท่าน

 

 พักเดี่ยวเพิ่ม 50  USD / ต่อห้อง / ต่อคืน

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ  เดือน กันยายน , ตุลาคม, พฤศจิกายน 2555

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 4 วัน 3 คืน

02 ท่าน                                                                  990  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                       855  USD / ท่าน

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 5 วัน 4 คืน

02 ท่าน                                                                  1240  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                       1090  USD / ท่าน

 

อัตราค่าบริการ แพกเกจ 6 วัน 5 คืน

02 ท่าน                                                             1500  USD / ท่าน

03 ท่าน - ขึ้นไป                                                      1325  USD / ท่าน

 

พักเดี่ยวเพิ่ม 50  USD / ต่อห้อง / ต่อคืน

 

 

Paro:    Hotel Olathang      http://www.tourism.gov.bt/hotels-accommodations/hotel-olathang.html

              Dhey Kyed Resort  http://www.dheykyedresort.bt/

              Tashi Namgay Resort    http://www.tnr.bt/

Thimphu:  

             Phuntshopelri  http://www.tourism.gov.bt/hotels-accommodations/hotel-phuntsho-pelri.html                    Hotel Migmar   http://www.hotelmigmar.bt/

             Hotel Motithang  http://www.motithanghotel.com/index.php

            Peaceful resort  http://www.bhutanpeacefulresort.com/

            Hotel Galingkha.  http://www.hotelgalingkha.com/

Punakha and Wangdue :  

            Hotel Zangtopelri http://www.tourism.gov.bt/hotels-accommodations/zangto-pelri-hotel.html

             Damchen Resort http://www.tourism.gov.bt/hotels-accommodations/damchen-resort.html

            Dragon Nest resort http://www.dragonsnesthotel.com/

 

 

-        Airport transfers, overland transport as per programme, accommodation(twin-sharing), meals, sightseeing, local English speaking guide and museum fees. 

 

ราคานี้รวม

·      รถรับส่งสนามบิน

·      พาหนะ-ที่เที่ยว – อาหาร ตามโปรแกรม

·      ที่พัก พักห้องละ 2 ท่าน

·      ไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ

 

ราคานี้ไม่รวม

·      ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุในโปรแกรมด้านบน

·      ทิปไกด์และคนขับรถ

·      ค่าขี่ม้าขึ้นวัดทักซัง ( 10 – 15  USD )

·      ค่าวีซ่า  20 usd

·      ค่าตั๋วเครื่องบิน –จำเป็นต้องเช็คเป็นครั้งๆ ไป

 

การยื่นวีซ่า สแกนหน้าสำเนาพาสพอร์ตผู้เดินทาง และ สแกนรูปถ่าย    

(ควรส่งยื่นวีซ่าอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทาง)

 

Asia >อินเดีย&เนปาล
- ฉลองปีใหม่ แสวงบุญ อินเดีย เนปาล 8วัน
- ฉลองปีใหม่ แคชเมียร์ ทัชมาฮาล ตะลุยหิมะ เล่นสกี
- แคชเมียร์ - ทัจ มาฮาล 8 วัน 5 คืน อินดิโก้ แอร์ไลน์
- แพกเกจภูฏาน โดยสายการบินดรุกแอร์
ดูทั้งหมด

สนใจ / สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล *
หมายเลขโทรศัพท์ *
Email *
ข้อความ *

สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 12
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 646
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 898,025
22 พฤศจิกายน 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30   
             
Engine by MAKEWEBEASY